ความแตกต่างของธุรกิจการค้าและอาหารของเอโดะและโอซาก้าในสมัยเอโดะ

ความแตกต่างของธุรกิจการค้าและอาหารของเอโดะและโอซาก้าในสมัยเอโดะ

โอซาก้านั้นได้ชื่อว่าเป็น “ครัวของโลก” มาตั้งแต่สมัยเอโดะ (ค.ศ.1603-1868) และถือเป็นพื้นที่สำคัญในการติดต่อค้าขาย เมื่อเทียบกับเอโดะ (โตเกียวในปัจจุบัน) แล้ว ดูเหมือนว่าทั้งสองแห่งมีความแตกต่างกันไม่ว่าจะเป็นเรื่องของธุรกิจการค้าหรืออาหาร แต่ก่อนจะเข้าเรื่องอาหารการกิน เรามาดูข้อมูลประชากรในสมัยเอโดะกันก่อนสักนิด

ประชากรครึ่งหนึ่งของเอโดะคือซามูไร

เอโดะมีประชากรราว 1 ล้านคน โดยจำนวนครึ่งหนึ่งเป็นซามูไร แต่สำหรับโอซาก้ามีประชากรราว 3.14 แสนคน โดยในจำนวนนั้นมีซามูไรไม่ถึง 2,000 คน ถือว่าค่อนข้างน้อยเลยทีเดียวค่ะ แค่จากจำนวนซามูไรแล้วก็พอจะรู้ได้เลยว่าเอโดะและโอซาก้าเนี่ยก็มีความแตกต่างกันอยู่มากพอควร

ธุรกิจการค้าที่มีเฉพาะในเอโดะ

ในด้านของการค้าขายเอโดะและโอซาก้าก็มีความแตกต่างกันเช่นกัน ที่เอโดะ คู่ค้าหลักคือรัฐบาลทหารบาคุฟุและกลุ่มซามูไร การผูกสัมพันธ์ของพ่อค้ากับเหล่าซามูไรจึงถือเป็นเรื่องสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด และการที่จะมาเป็นพ่อค้าให้กับรัฐบาลได้นั้นก็จำเป็นต้องได้รับความนิยมชมชอบ ส่วนที่โอซาก้านั้นเป็นการค้าขายกันระหว่างคนเมือง ดังนั้นการทำธุรกิจบนหลักเหตุผลจึงสำคัญที่สุด

สำหรับธุรกิจการค้าที่มีเฉพาะในเอโดะก็มี ร้านที่นำของที่ไม่ได้ใช้มาจัดขายใหม่ หรือ เคนซันยะ (献残屋) เนื่องด้วยในเอโดะมีธรรมเนียมการส่งของกำนัล ทำให้มีข้าวของจำนวนมากที่ไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์ ร้านประเภทนี้จึงถือกำเนิดขึ้นเพื่อเอาของที่ว่านั้นมาวนขายใหม่    สล็อตเว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์

 

ไม่เพียงแค่นั้น ร้านขายส่งเหล้า หรือ ซากาโดอิยะ (酒問屋) ก็เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มีแค่ในเอโดะ เพราะโอซาก้าไม่มีธรรมเนียมการส่งเหล้าไปเป็นของกำนัลเหมือนเอโดะ แถมโอซาก้ายังอยู่ใกล้กับแหล่งผลิตเหล้ามากอยู่แล้ว ทำให้แหล่งผลิตสามารถขายเหล้าให้กับร้านค้าได้โดยตรง ที่โอซาก้าจึงไม่จำเป็นต้องมีร้านจัดขายสินค้าและร้านขายส่งเหล้าอย่างในเอโดะนั่นเอง